“เมื่อแสงแดดของฤดูร้อนสาดส่อง อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้หลายคนอยากนอนอุดอู้ตากแอร์อยู่แต่ในบ้าน แต่เดี๋ยวก่อน! ซัมเมอร์ทั้งทีจะปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ ได้อย่างไร? แพ็กกระเป๋า ทาครีมกันแดด แล้วพุ่งตัวมาที่ ‘กาญจนบุรี’ เมืองแห่งสายน้ำและขุนเขาที่พร้อมจะดับความร้อนระอุด้วยธรรมชาติสุดคูล! วันนี้เราคัด 8 พิกัดจุดเช็คอินหน้าร้อนที่ถ่ายรูปสวยปัง กิจกรรมแน่น และที่สำคัญ… เราจะพาคุณไปทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ ในวิลล่าลอยน้ำสุดหรูระดับไฮเอนด์ที่ The FloatHouse River Kwai รับรองว่าทริปหนีร้อนครั้งนี้จะกลายเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของคุณ!”

กาญจนบุรีคือเดสติเนชันยอดฮิตที่เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ในช่วง “หน้าร้อน” เสน่ห์ของเมืองกาญจน์จะเปล่งประกายถึงขีดสุด ท้องฟ้าที่โปร่งใสไร้เมฆฝนทำให้การถ่ายรูปออกมามีสีสันที่สดใส สายน้ำในแม่น้ำแควและน้ำตกต่างๆ ก็ใสสะอาดชวนให้กระโดดลงไปแช่คลายร้อน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง สายถ่ายรูปทำคอนเทนต์ หรือสายลุยรักธรรมชาติ กาญจนบุรีมีสถานที่เช็คอินใหม่ๆ และสถานที่คลาสสิกที่ถูกอัปเกรดให้ตอบโจทย์การท่องเที่ยวรับซัมเมอร์อย่างครบครัน

และเพื่อให้ทริปหนีร้อนของคุณไม่ต้องจบลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย การเลือกที่พักที่สามารถมอบความเย็นสบายและประสบการณ์เหนือระดับจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด The FloatHouse River Kwai (เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว) บูทีควิลล่าลอยน้ำกลางแม่น้ำแควน้อย คือโอเอซิสที่จะช่วยชาร์จพลังงานของคุณให้เต็มเปี่ยม แต่ก่อนที่เราจะไปเช็คอินที่พัก เราไปลุย 8 พิกัดหน้าร้อนกันก่อนเลย!

แจกพิกัด 8 จุดเช็คอินหน้าร้อน กาญจนบุรี เที่ยวเพลิน ถ่ายรูปสวย!

1. ต้นจามจุรียักษ์ (Giant Rain Tree): ร่มเงาแห่งธรรมชาติ เริ่มต้นทริปด้วยการหลบแดดใต้ร่มเงาของต้นไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกาญจนบุรี “ต้นจามจุรียักษ์” อายุมากกว่า 100 ปี ที่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมพื้นที่กว้างขวาง รัศมีทรงพุ่มกว้างกว่า 25 เมตร

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: อากาศใต้ต้นจามจุรียักษ์จะเย็นสบายกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันมีการทำสะพานไม้ล้อมรอบโคนต้นไม้ ทำให้เดินถ่ายรูปได้สะดวกและไม่ทำลายรากไม้ แนะนำให้สวมชุดเดรสพริ้วๆ สีขาวหรือสีสว่าง มายืนถ่ายรูปคู่กับกิ่งก้านที่แผ่ขยาย จะได้ภาพที่ดูอลังการและสดชื่นสุดๆ

2. สกายวอล์ค กาญจนบุรี (Kanchanaburi Skywalk): จุดชมวิวสองสี แลนด์มาร์คสุดฮิตริมแม่น้ำแควใหญ่ ที่คุณจะได้เดินบนพื้นกระจกใสท้าทายความสูง 12 เมตร ขนานไปกับริมฝั่งแม่น้ำ

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: ท้องฟ้าใสๆ ในช่วงหน้าร้อนทำให้คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน ไฮไลท์คือการได้ชมปรากฏการณ์ “แม่น้ำสองสี” ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกันกลายเป็นแม่น้ำแม่กลอง แนะนำให้มาช่วงเย็นที่แดดร่มลมตก คุณจะได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามตระการตา

3. ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี (Safari Park Kanchanaburi): ถ่ายรูปสุดชิคกับยีราฟ ใครว่าไปกาญจน์ต้องเที่ยวแต่ป่าและน้ำตก? เปลี่ยนฟีลมาเที่ยวสวนสัตว์เปิดที่ฮอตที่สุดในโซเชียลกันบ้าง!

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการนั่งรถมินิบัสเข้าไปในโซนสัตว์ทุ่งหญ้าแอฟริกา เพื่อให้อาหารยีราฟและม้าลายที่ยื่นคอเข้ามาทักทายถึงในรถ! และถ้าอยากได้คอนเทนต์แบบปังๆ แนะนำให้จองแพ็กเกจ “ถ่ายรูปบนรถจี๊ปส่วนตัวกับยีราฟ” คุณจะได้ภาพสไตล์ซาฟารีสุดชิค โพสต์ลงโซเชียลรับรองยอดไลก์กระฉูด

4. ถ้ำกระแซ และ ทางรถไฟสายมรณะ: ท้าความเสียวริมหน้าผา จุดเช็คอินที่ผสมผสานทั้งประวัติศาสตร์และความตื่นเต้น ทางรถไฟสายนี้ถูกสร้างขึ้นเลียบหน้าผาสูงชัน โดยมีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่านอยู่เบื้องล่าง

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: เดินลัดเลาะไปตามรางรถไฟที่คดเคี้ยวเลียบหน้าผาหินปูน มองลงไปเห็นแม่น้ำสีเขียวมรกตที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ หากร้อนก็สามารถแวะเข้าไปไหว้พระขอพรและหลบแดดรับความเย็นภายใน “ถ้ำกระแซ” ได้ เป็นจุดถ่ายรูปที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและวินเทจ

5. น้ำตกเอราวัณ (Erawan Waterfall): แช่น้ำมรกตดับร้อน หน้าร้อนทั้งที จะขาดการเล่นน้ำตกไปได้อย่างไร! น้ำตกเอราวัณ 7 ชั้น คือสวรรค์ของคนรักการแช่น้ำ

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: ในช่วงฤดูร้อน น้ำตกจะมีสีฟ้าอมเขียวมรกตที่ใสมากที่สุด! เปลี่ยนชุดว่ายน้ำแล้วกระโดดลงไปแช่ในแอ่งน้ำเย็นฉ่ำ ให้ปลาพลวงมาตอดเท้าทำสปาปลาแบบธรรมชาติ เป็นการคลายความร้อนที่สดชื่นที่สุด อย่าลืมพกกล้องแอคชั่นแคมมาถ่ายใต้น้ำด้วยล่ะ

6. มีนา คาเฟ่ (MEENA Cafe): จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ชมวิวทุ่งนาและวัดถ้ำเสือ หนีร้อนมาพึ่งเย็นที่คาเฟ่ยอดฮิต โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา โดยมีฉากหลังเป็นความยิ่งใหญ่ของวัดถ้ำเสือ

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างชาไทย สปาร์คกลิ้งผลไม้ หรือกาแฟซิกเนเจอร์ มานั่งจิบคลายร้อนในโซนห้องแอร์ หรือจะออกไปเดินเล่นบนสะพานไม้ที่ทอดยาวไปกลางทุ่งนาเพื่อถ่ายรูปก็สวยเป๊ะ เป็นจุดแวะพักเติมน้ำตาลที่ยอดเยี่ยม

7. สะพานข้ามแม่น้ำแคว: แลนด์มาร์คตลอดกาล สัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรีที่ยังไงก็ต้องแวะ! สะพานเหล็กสีดำที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำแควใหญ่

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: เดินเล่นบนทางรถไฟ แวะถ่ายรูปในซอกเหล็กของตัวสะพาน แนะนำให้มาช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด และหากโชคดี คุณจะได้จังหวะถ่ายรูปคู่กับรถไฟขบวนคลาสสิกที่กำลังวิ่งผ่านพอดี

8. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ (Prasat Muang Singh): ชมศิลปะขอมโบราณ สำหรับสายประวัติศาสตร์และศิลปะ ปราสาทเมืองสิงห์คือโบราณสถานศิลปะขอมแบบบายนแห่งเดียวในภาคตะวันตก

  • ไฮไลท์หน้าร้อน: เดินชมความขลังของซากปราสาทหินศิลาแลง ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นรอบๆ อุทยาน โทนสีส้มอิฐของปราสาทตัดกับสีฟ้าใสของท้องฟ้าหน้าร้อน ทำให้ถ่ายรูปออกมาดูโดดเด่นและมีมนต์ขลัง คล้ายกับไปเดินอยู่ที่นครวัดเลยทีเดียว

The FloatHouse River Kwai: รางวัลแห่งการหนีร้อน วิลล่าไม้สักลอยน้ำสุดหรู

หลังจากตะลุยถ่ายรูปท้าแดดและทำกิจกรรมสนุกๆ มาทั้งวัน ร่างกายที่สูญเสียเหงื่อย่อมต้องการ “ความเย็นสบายและการพักผ่อนที่เหนือระดับ” การขับรถเข้าสู่อำเภอไทรโยค ทิ้งรถไว้บนฝั่งแล้วนั่งเรือหางยาวรับลมเย็นๆ เพื่อไปเช็คอินที่ The FloatHouse River Kwai (เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ริเวอร์แคว) คือการจบวันหยุดที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เดอะ โฟลทเฮ้าส์ ไม่ใช่แค่รีสอร์ทลอยน้ำทั่วไป แต่คือ “บูทีควิลล่าลอยน้ำระดับลักชูรี” ที่สร้างขึ้นจากไม้สักทองทั้งหลัง โอบล้อมด้วยหน้าผาหินปูนสูงตระหง่านและป่าไม้เขียวขจี

ทำไม The FloatHouse ถึงเป็นโอเอซิสที่ดีที่สุดในซัมเมอร์นี้?

1. วิลล่าปรับอากาศเย็นฉ่ำ (Ultimate Cool Comfort) ลืมความร้อนของเมืองไทยไปได้เลย! วิลล่าลอยน้ำทุกหลังติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่เย็นฉ่ำ ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่หนานุ่มดูดวิญญาณ และห้องน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่พร้อม Rain Shower ให้คุณได้อาบน้ำชำระล้างความร้อนได้อย่างสบายอารมณ์

2. กระโดดน้ำจากหน้าระเบียง (Private River Jump) ความฟินขั้นสุดของหน้าร้อน คือการมีแม่น้ำส่วนตัวอยู่หน้าห้องพัก! วิลล่าทุกหลังมีระเบียงส่วนตัวที่กว้างขวาง คุณสามารถสวมเสื้อชูชีพ แล้วกระโดดลงสู่แม่น้ำแควน้อยสีมรกตที่เย็นเฉียบได้โดยตรงจากหน้าห้อง ปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาร่างกายให้ลอยไปตามแพ เป็นการคลายร้อนที่สนุกและเป็นส่วนตัวสุดๆ

3. ชิงช้าและเตียงอาบแดดส่วนตัว (Relaxing Balcony) หากไม่อยากเปียกน้ำ คุณสามารถชงเครื่องดื่มเย็นๆ มานั่งไกวชิงช้าไม้ หรือนอนอ่านหนังสือบนเตียงอาบแดดที่ระเบียงหน้าห้อง ฟังเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ รับลมเย็นที่พัดผ่านช่องเขา เป็นโมเมนต์แห่งความสงบที่ช่วยชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม

4. พาย SUP Board และล่องแพไม้ไผ่ (Water Activities) ในช่วงแดดร่มลมตก ทางรีสอร์ทมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกสนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการยืม SUP Board มาพายเล่นชมความงามของหน้าผา หรือจะใช้บริการล่องแพไม้ไผ่ (Bamboo Rafting) ปล่อยใจให้ไหลไปตามสายน้ำ เป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ซัมเมอร์อย่างแท้จริง

5. ดินเนอร์โรแมนติกรับลมเย็น (Pontoon Restaurant) ปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำที่ห้องอาหารลอยน้ำ Pontoon Restaurant ลิ้มรสอาหารไทยและนานาชาติรสเลิศ ท่ามกลางแสงไฟสลัวๆ บรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืนกลางแม่น้ำที่เย็นสบาย จะทำให้มื้ออาหารของคุณพิเศษกว่าที่เคย

ซัมเมอร์นี้… อย่าให้ความร้อนมาหยุดยั้งการเดินทางของคุณ! ตามรอย 8 พิกัดจุดเช็คอินสุดปังในกาญจนบุรี ถ่ายรูปอวดโซเชียลให้เพื่อนอิจฉา แล้วให้รางวัลตัวเองด้วยการพักผ่อนแบบไฮเอนด์ที่ The FloatHouse River Kwai รับรองว่าทริปนี้จะเปลี่ยนฤดูร้อนที่น่าเบื่อ ให้กลายเป็นฤดูร้อนที่คุณหลงรัก!หนีร้อนไปพึ่งเย็น สำรองวิลล่าลอยน้ำไม้สักทองสุดหรูในราคาที่ดีที่สุดล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ที่: www.thefloathouseriverkwai.com